บุหรี่ ติดง่าย...เลิกยาก!!! ทำยังไงดี?

เริ่มต้นอย่างไรกับการเลิกบุหรี่

  • การสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคนไทยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่มากถึง 11.4 ล้านคน หรือร้อยละ 20.7 โดยสูบเป็นประจํา 10 ล้านคน และสูบนานๆ ครั้ง 1.4 ล้านคน
     
  • การสำรวจนี้มีการประเมินว่า 1 ใน 4 ของคนที่สูบบุหรี่จะเสียชีวิตด้วยโรคจากบุหรี่ในอีก 10-20 ปีถัดไป โดยในแต่ละปีมีคนไทยมากถึง 42,000-52,000 คนเสียชีวิตด้วยโรคจากบุหรี่ โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และโรคถุงลมโป่งพอง ทั้งที่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคลงได้อย่างมากเพียงแค่เลิกสูบบุหรี่เท่านั้น

การติดบุหรี่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ด้านหลักๆ ด้วยกัน

  • การติดทางจิตใจ มักเกิดจากความเคยชิน และ ความเชื่อที่ว่าบุหรี่ช่วยให้เกิดความสบาย และใช้คลายเครียด
     
  • การติดทางร่างกาย ซึ่งก็คือการติดสารเสพติดในบุหรี่ หรือก็คือ สารนิโคติน

จากการศึกษาพบว่า เมื่อสูบบุหรี่สารนิโคตินจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้วผ่านไปยังสมองอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 6 วินาที ทำให้ผู้สูบรู้สึกผ่อนคลายได้ในทันทีที่สูบ แต่นั่นเป็นเพียงผลระยะสั้น เมื่อระดับนิโคตินลดลงอารมณ์ที่เคยดี ผ่อนคลายก็จะหายไปด้วย จึงต้องสูบอีกเรื่อยๆ เพื่อความสบายใจ จนกลายเป็นการเสพติดในที่สุด

วิธีเลิกบุหรี่นั้นสามารถทำได้หลายวิธี

  1. วิธีหักดิบหรือเลิกด้วยตัวเอง โดยการหยุดสูบบุหรี่ทันที วิธีนี้อาจจะดูเหมือนง่ายที่สุด แต่อย่างไรก็ตามพบว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่พยายามเลิกบุหรี่ด้วยตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมักจะเกิดอาการขาดนิโคตินจนต้องกลับไปสูบอีกในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์
     
  2. การใช้พฤติกรรมบำบัด เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชิน หลีกเลี่ยงอารมณ์ที่ทำให้เกิดความอยากสูบ 
     
  3. การใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่ ปัจจุบันมียาอยู่ 2 กลุ่ม คือ ยาที่มีสารนิโคตินทดแทนในขนาดต่ำในรูปแบบของหมากฝรั่งอดบุหรี่ หรือแผ่นแปะผิวหนังนิโคติน และยาชนิดเม็ดที่ไม่มีนิโคตินสำหรับช่วยลดอาการถอนยาเนื่องจากขาดนิโคติน
     
  4. การฝังเข็ม เพื่อช่วยลดอาการอยากสูบ และคลายความหงุดหงิด

แนะนำ 10 วิธีในวางแผนเลิกบุหรี่ด้วยตัวคุณเอง

  1. สร้างแรงจูงในการเลิกบุหรี่ ว่าเราเลิกเพื่ออะไร เพื่อสุขภาพ เพื่อครอบครัว ลดค่าใช้จ่าย
  2. กำหนดเวลาในเลิก เลือกวันที่พร้อมเพื่อเตรียมตัวในการจะเริ่มการเลิกสูบบุหรี่
  3. มองหาสิ่งกระตุ้นในการอยากสูบบุหรี่ เช่น มักจะสูบตอนขับรถ หรือ หลังการทานข้าว ให้ลองวางแผนทำอย่างอื่นแทน เช่น เคี้ยวหมากฝรั่งตอนขับรถ หรือเดินเล่นหลังการทานข้าว
  4. หากิจกรรมในการหันเหความอยากบุหรี่ ความอยากสูบบุหรี่จะคงอยู่เพียงแค่ 5 นาทีหรือไม่เกิน 10 นาที เมื่อคุณมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ ให้ลองหากิจกรรมเพื่อหันเหความสนใจของคุณ เช่น เล่นกับสัตว์เลี้ยง ดื่มน้ำ อ่านหนังสือ ฟังเพลง
  5. ยอมรับในอารมณ์ของตนเอง การขาดสารนิโคติน จะทำให้คุณรู้สึกฉุนเฉียว เศร้า กังวล และมีผลทำให้นอนไม่หลับ
  6. นำอุปกรณ์ในการสูบบุหรี่มาทิ้งให้หมด แม้แต่อันที่คุณแอบซ่อนเอาไว้ก็ต้องทิ้ง
  7. ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป หากิจกรรมที่จะทำให้สมองผ่อนคลาย กิจกรรมที่ตัวเองชอบ เช่น การเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง
  8. ดูแลสุขภาพตามปกติ เช่น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ
  9. ให้รางวัลกับตัวเอง เมื่อเลิกสูบบุหรี่อาจจะพบว่าเงินในกระเป๋าของคุณเยอะขึ้น ก็มีรางวัลเล็กน้อยให้ตัวคุณเองบ้าง อาจจะเป็น มื้ออาหารพิเศษๆสักมื้อ หรือ เสื้อผ้าดีๆสักชุด
  10. ขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หากคุณไม่สามารถหักดิบได้ด้วยตัวคุณเองแนะนำให้ลองปรึกษาแพทย์ หรือ โทร Quit Line 1600 ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (ศบช.)

ในการวางแผนเลิกบุหรี่นั้นควรทำควบคู่ไปกับการตรวจคัดกรองโรคที่เป็นผลจากการสูบบุหรี่ด้วย

เมื่อเลิกบุหรี่แล้วนอกจากจะไม่เสี่ยงต่อโรคภัย ยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้น หายใจคล่องขึ้นเพราะหลอดลมได้หยุดพักหลังจากทำงานมานาน เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงแขนและขาได้ดีทำให้ออกกำลังกายได้เต็มที่ขึ้น อาการไอลดลง  บุหรี่เลิกไม่ยากเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง มาเลิกบุหรี่กันตั้งแต่วันนี้เถอะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์โรคปอดและโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์