Tag Archives: โคมไฟ

1. ประหยัดเงิน!

หลอดไฟแอลอีดี เป็นหลอดไฟที่ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 15-75% แล้วแต่ชนิดของหลอดเดิม

 

2. ไม่มีแสง UV

หลอดไฟประเภทแอลอีดี ที่เป็นที่นิยมใช้ในยุโรปและประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหมด จะไม่มีแสง UV ปลดปล่อยออกมาเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับหลอดไฟนีออน ที่จะมีแสง UV ปล่อยออกมาพร้อมกับแสงสว่างที่เกิดขึ้น นอกจากรังสี UV นี้จะมีผลต่อผิวหนังมนุษย์แล้ว ยังมีผลกระทบต่อสินค้าที่โดนแสงอย่างต่อเนื่องยาวนานอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ศูนย์แสดงรถยนต์ที่จะต้องฉายแสงไฟต่อเนื่องไปยังผิวรถเพื่อให้เกิดความเงางามสะท้อนแสงไฟ แต่นั่นก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่อสีรถได้ เป็นต้น

 

3. ไม่ร้อน

ในขณะที่หลอดไฟแอลอีดี แทบจะไม่ปล่อยความร้อนออกมาเลย หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ใช้ตามบ้านเรือนนั้น จะมีการปล่อยความร้อนออกมาอยู่ในระดับ 70-90 องศาเซลเซียสในขณะใช้งาน หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ หลอดฮาโลเจน (halogen) จะปล่อยความร้อนออกมาถึง 150-200 องศาเซลเซียส!!

คิดดูสิคะว่าเราต้องเสียค่าไฟไปมากเท่าไรกับพลังงานความร้อนที่เราไม่ต้องการ การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟแอลอีดีจะทำให้อาคารสำนักงานต่างๆ ลดค่าไฟที่ต้องใช้ในระบบปรับอากาศลงได้ค่ะ

4. หลอดไฟ LED ทนต่อการสั่นสะเทือน

สินค้าหลายตัวได้เลือกใช้แอลอีดีเพื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากกินไฟน้อย ประหยัดกว่า และยังทนต่อการสั่นสะเทือนได้อีกด้วย เช่น ลิฟต์ จะติดไฟประเภทแอลอีดี เพราะลิฟต์มีเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา การใช้หลอดไฟแอลอีดีทำให้ลดโอกาสการเสียของหลอดไฟได้มากขึ้น ไม่ต้องมีเปลี่ยนหลอดไฟถี่เท่าเดิม

5. แสงจากหลอดไฟ LED ไม่กระพริบ

หลอดไฟฟูออเรสเซ้นต์แบบเดิมนั้นจะมีการกระพริบของแสงที่ความถี่ของการกระพริบ 50 Hz. คนงานและพนักงานประมาณ 10-30% มีปฏิกิริยากับการกระพริบของแสงเหล่านี้ โดยอาการที่เกิดเช่น อาการปวดหัว ปวดตา เมื่อมองชิ้นงานภายใต้แสงนีออนต่อเนื่องหลายชั่วโมง และหากพนักงานเหล่านั้นอยู่ในสายการผลิตก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อ อัตราประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดีหลอดไฟนีออนที่มีการกระพริบระดับ 100 Hz ก็ยังมีขายอยู่แต่นั้นไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาผลกระทบต่อตัวพนักงานไปเสียทั้งหมดอยู่ดี

แต่จากการวัดหลอดไฟแอลอีดี ที่ใช้ Driver คุณภาพสูง หลอดไฟแอลอีดี จะสามารถแสดงผลการกระพริบได้ถี่มากกว่า 400 Hz โดยประมาณ ซึ่งก็เป็นความถี่เกินกว่าที่สายตาจะรับรู้ได้ พนักงานที่อยู่ภายใต้แสงประเภทนี้รับรู้ได้ว่าแสงที่กระทบเข้าตาเป็นแสงที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น เหมาะสมในการทำงานที่ต่อเนื่อง และยังผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นอีกด้วย

6. ออกแบบทิศทางของแสงจากหลอดไฟ LED ให้หมาะสมกับรูปแบบโคมได้

เนื่องจากแอลอีดี จะมีทิศทางการส่องสว่างแบบเป็นท่อ ไม่ได้กระจายออกทุกทิศทางเช่นเดียวกับหลอดฟลูออเรสเซนท์ ทำให้สามารถออกแบบตัวหลอดให้เหมาะสมกับโคม โดยไม่ปล่อยแสงไปในทิศทางที่ไม่ต้องการได้ ตัวอย่างเหมือนกับภาพด้านล่างนี้

เปรียบเทียบ LED กับหลอดไฟแบบเดิม 

เห็นประโยชน์ดีๆ แบบนี้แล้ว ใครสนใจอยากรู้วิธีเลือกหลอดแอลอีดีเชิญทางนี้เลยค่า >> LED : จะเลือกหลอดอย่างไร?

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ECOTECH

ร้อยกว่าปีนับจากเอดิสันผลิตหลอดไฟดวงแรก วิวัฒนาการของหลอดไฟก็ก้าวไกลจากไส้หลอดคาร์บอนมาสู่หลอดไฟ LED แม้เจ้าหลอดไฟจิ๋วๆ เหล่านี้อาจจะไม่ใช่ของใหม่ที่แปลกหูแปลกตาของคนไทยอีกต่อไป บ้านที่สร้างใหม่ๆ อาจมีการนำเจ้าไฟ LED มาใช้แทนหลอดฟลูออเรสเซนส์บ้างแล้ว หากแต่หลายคนก็ยังรู้สึกไม่คุ้นเคย ไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของมันมากนัก

วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดี เรามาทำความรู้จักกับเจ้าหลอดไฟ LED ให้มากขึ้นกันเถอะค่ะ

LED โคมไฟติดเพดาน

LED มีดีอะไร ?

1. ปลอดภัยไร้สารพิษ

ในขณะที่หลอดฟลูออเรสเซนต์มีการเคลือบสารไตรฟอสเฟอร์และสารปรอทอยู่ภายใน หากหลอดไฟชำรุดเสียหายก็มีโอกาสที่สารดังกล่าวจะเล็ดลอดออกมาเป็นอันตรายกับมนุษย์ได้ค่ะ แต่หลอดไฟ LED ไม่มีปัญหาดังกล่าว ทำให้ง่ายต่อการรีไซเคิลวัสดุมาใช้ซ้ำโดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เริ่ดใช่ไหมล่ะคะ

2. ไม่ร้อน

แม้ไม่ต้องเปิดไฟ ประเทศไทยก็ร้อนจะเป็นจะตายอยู่แล้วค่ะ เจ้าหลอดไฟ LED นี้มีข้อดีอันสำคัญยิ่งอยู่หนึ่งอย่างก็คือ ปล่อยความร้อนออกมาน้อยมาก นั่นหมายความว่าบ้านไหนใช้ไฟ LED ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟในยามเปิดเครื่องปรับอากาศไปได้อีกมากโข

3. อายุยืน ใช้ได้ยาว

หลอดไฟ LED มีอายุการใช้ขั้นต่ำอยู่ที่ 25,000 ชั่วโมง ส่วนหลอดฟลูออเรสเซนส์ 16,000 – 20,000 ชั่วโมงเท่านั้น (สินค้าแต่ละยี่ห้ออาจมีคุณสมบัติต่างกัน ก่อนซื้ออย่าลืมดูฉลากนะคะ)

4. ถึก! ทนทาน!

หลอดไฟ LED สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน หรือกระทบกระแทกได้มากกว่าหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ แม้จะสามารถแตกได้เช่นเดียวกัน แต่ก็เปราะน้อยกว่า จึงเหมาะกับการติดตั้งในรถ ในลิฟท์ หรือบริเวณที่มีการสั่นไหวอยู่เสมอค่ะ

สำหรับใครที่กำลังชั่งใจว่าจะเปลี่ยนใจจากหลอดฟลูออเรสเซนส์อันคุ้นเคย มาทดลองหลอดไฟนวัตกรรมใหม่ที่ใครๆ ก็กล่าวถึงตัวนี้ แต่ยังรู้สึกไม่มั่นใจแล้วล่ะก็ ลองมาดูตัวอย่างสินค้าจริง จับจริง ลองจริง เล่นจริง ได้ที่ร้านของเราเลยค่ะ :D

โคมไฟ Paper lamp ที่สร้างสรรค์เองได้

โคมไฟ Paper lamp, ชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาศิลปะแบบ Art Nouveau style โดย โคมไฟ ชนิดนี้เพื่อนๆสามารถระบายสีลงไปในช่อง ตามที่แถบระบุได้บอกไว้ วึ่งชุด Paper lamp นี้มาพร้อมกับโครงโคมไฟ แบบ

โคมไฟ ระบายสี ทั้งหมดนี้ทำจากกระดาษ และยังมีสีติดมาให้เพื่อใช้สร้างสรรค์ผลงานได้อีกด้วย

Paper lamp ที่สร้างสรรค์เองได้Paper lamp ที่สร้างสรรค์เองได้Paper lamp ที่สร้างสรรค์เองได้Paper lamp ที่สร้างสรรค์เองได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Credit : http://www.pecas.cl/proyectos/lampara-t/

หรือชมตัวอย่างการ DIY โคมไฟ กระดาษแบบต่างๆได้ที่

http://www.youtube.com/watch?v=i4CxjvLtsi8

อุปกรณ์

รูป 1 สอนทำโคมไฟลาวา ในขวด (Lava Lamp)

วิธีทำ โคมไฟ ลาวา

  1. นำขวดน้ำใส่น้ำมันพืชลงไปในขวดน้ำประมาณ 2 ลิตรที่เตรียมไว้ ใส่น้ำมันลงไปประมาณ 3/4 ของขวดน้ำ
  2. จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ประมาณ 1/10 ของขวดน้ำ
  3. ใส่สีผสมอาหารลงไปประมาณ 10–20 หยด (เพิ่มสีสันด้วยกากเพชร)
  4. จากนั้นหัก อัลคา-เซลท์เซอร์ / Alka-Seltzer เม็ดยา ลงไปในขวด
  5. จะสังเกตได้ว่ามีฟองกระจายจากด้านล่าง พุ่งขึ้นด้านบน เหมือนลาวา
  6. จากนั้น เขย่าขวดให้เข้ากัน
  7. นำไปใช้ส่องไฟ ส่องแสงตอนกลางคืนสวยๆค่ะ

คลิปสอนทำลาวาในขวดน้ำ

ลองทำกันนะคะ เปลี่ยนสี โคมไฟ ลาวา เปลี่ยนขวดได้ตามต้องการค่ะ

รูป 2 สอนทำโคมไฟลาวา ในขวด (Lava Lamp)รูป 3 สอนทำโคมไฟลาวา ในขวด (Lava Lamp)รูป 4 สอนทำโคมไฟลาวา ในขวด (Lava Lamp)รูป 5 สอนทำโคมไฟลาวา ในขวด (Lava Lamp)รูป 6 สอนทำโคมไฟลาวา ในขวด (Lava Lamp)รูป 7 สอนทำโคมไฟลาวา ในขวด (Lava Lamp)

ลองทำกันดูนคะ อาจดูยุ่งยากนิดหน่อยแต่เมื่อทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะภาคภูมิใจและไม่แน่อาจเกิดไอเดียต่อยอดทำ โคมไฟ ดีไซน์ต่าง ๆ ได้อีกนะคะ

 

Credie By : http://pject.com/%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94-lava-lamp/

DIY : โคมไฟจากกล่องนม

  • เมื่อดื่มนมเสร็จ กล่องนมก็ต้องทิ้งไป ใช่ไหมล่ะครับ แต่หลังจากนี้ให้เก็บไว้ แล้วมาทำ โคมไฟ ที่เป็น โคมไฟ จากกล่องนม สวยๆ กันดีกว่าครับ
  • 1. เริ่มแรก ตัดกล่องนมออก ให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยม แล้วล้างทำความสะอาด ผึ่งให้แห้ง

  • 2. ตัดกล่องนม ให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมยาวๆ แล้วทำรอยให้ด้านเท่ากัน แล้วพับเข้าหากัน เป็นรูปสามเหลี่ยม

  • 3. แล้วลองนำมาวางประกอบกันครับ จะทำเป็นห้าเหลี่ยม หรือ หกเหลี่ยมก็ได้ ใกล้ได้ โคมไฟของเราแล้ว

  • 4.การประกอบแต่ละด้าน ให้ตัดแผ่นกล่องนม อีกหนึ่งแผ่น มาทากาวแล้วครอบลงไประหว่างแผ่นสามเหลี่ยมครับ

  • 5.นำทั้งหมดมาประกอบกันเป็น (โคมไฟ) รูปวงกลม

  • 6.นำมาติดกับหลอดไฟ ก็จะได้ โคมไฟ กล่องนม แสนงามแล้วครับ


 

ลองทำกันดูนะครับ การทำ โคมไฟ อาจดูยุ่งยากนิดหน่อยแต่เมื่อทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผมว่าคุณจะภาคภูมิใจและไม่แน่อาจเกิดไอเดียต่อยอดทำ โคมไฟ ดีไซน์ต่าง ๆ ได้อีกนะครับ

Credit By http://men.sanook.com/903/diy-%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%A1/

ติดตามความรู้เกี่ยวกับ โคมไฟ ชนิดอื่นๆได้ที่
http://www.ssl.co.th/

โคมไฟ โคมไฟ โคมไฟสนาม โคมไฟสนาม downlight pendant ceiling-light โคมไฟ ฮวงจุ้ย ฮวงจุ้ย โคมไฟ

โคมไฟ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Design Love Forest

สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทำงานฝีมือ เพื่อให้ได้ของแต่งบ้านเก๋ไม่ซ้ำใคร แถมยังได้ใช้เวลาว่างทำอะไรเพลิน ๆ ไปในตัวล่ะก็ รับรองเลยว่า โคมไฟ DIY สีพาสเทลจาก Design Love Forest ที่เรานำวิธีทำมาฝากในวันนี้ จะต้องถูกใจคุณอย่างแน่นอน เพราะสวยหวานไม่แพ้แบบที่ซื้อจากร้านเลยจริง ๆ โดยใช้วิธีการไล่เฉดสี โคมไฟ ในโทนพาสเทลอ่อน ๆ จนออกมาสวยหวาน เหมาะจะนำมาแต่งบ้านสุด ๆ ดังนั้นใครอยากได้ โคมไฟ สวยไม่เหมือนใครในราคาประหยัด อย่ารอช้า เตรียมอุปกรณ์ดังนี้ แล้วมาลองทำกันเลย

โคมไฟ

 

อุปกรณ์

 โคมไฟทรงกลมขนาด 8 นิ้ว (หรือเท่าที่หาได้)

 สเปรย์พ่นกระจกสีใส, และสีชมพูเฉดต่าง ๆ

 แอลกอฮอลล์

 สำลี

 กระดาษชำระ

 ชามใบเล็ก

 เทปกาว

 กรรไกร

 ไม้บรรทัด

วิธีทำ

 1. เตรียมสเปรย์ต่าง ๆ ให้พร้อม โดยอ่านตามคำแนะนำข้างขวด

 2. ใช้สำลีชุบแอลกอฮอลล์เช็ดรอบโคมระย้าเพื่อทำความสะอาด

 3. วาง โคมไฟ แล้วใช้ไม่บรรทัดวัดจากพื้นขึ้นมาให้ได้ 4 นิ้ว (หรือวัดให้อยู่ตรงกลาง) แล้วจึงทำเครื่องหมายเอาไว้ด้วยการใช้เทปกาวแปะตลอดแนว

โคมไฟ

 

 4. นำชามใบเล็กมาวาง โดยปูกระดาษชำระรองด้านบน จากนั้นเอาโคมไฟมาใส่ในชาม โดยให้ด้านที่จะใช้ใส่หลอดไฟอยู่ข้างบน

 5. พ่นสีชมพูเข้มให้ทั่ว ตั้งแต่เครื่องหมายที่ทำเอาไว้ จนสุดรอบโคมไฟ ทิ้งไว้ให้แห้งราว 45 นาที

 6. พ่นสีเดิมทับอีกครั้ง คราวนี้ให้พ่นเหนือเครื่องหมายที่ทำไว้ 1 นิ้ว พอแห้งก็ทำอีกครั้ง โดยสูงขึ้นจากจุดที่แล้วอีก 1 นิ้วเรื่อย ๆ จนไล่สีโคมไฟได้ทั่ว หากสีที่ได้ยังไม่พอใจ อาจทำซ้ำใหม่อีกครั้ง

 7. พ่นสีชมพูอ่อน ตั้งแต่เครื่องหมายที่ทำเอาไว้จนสุด ทิ้งไว้ให้แห้งราว 45 นาที

 8. พ่นสีชมพูอ่อนทับอีกครั้ง โดยพ่นเหนือเครื่องหมาย 1 นิ้ว แบบเดียวกับตอนแรก พอแห้งก็ทำอีกครั้ง โดยสูงขึ้นจากจุดที่แล้วอีก 1 นิ้วเรื่อย ๆ จนไล่สีโคมไฟได้ทั่ว หากสีที่ได้ยังไม่พอใจ อาจทำซ้ำใหม่อีกครั้ง

โคมไฟ

 

9. แกะเทปกาวออก หากมีรอยกาวเหลือ ใช้นิ้วขูดออก แล้วใช้สเปรย์พ่นกระจกสีใสปกปิดร่องรอย

โคมไฟ

 

 

 

Credit by : http://www.teerawatcurtain.com

โคมไฟ LED

 

โคมไฟจากแก้วพลาสติก (my home)
คอลัมน์ my handy
เรื่อง อุ้ม เชาวนปรีชา
ภาพ/สไตล์  อุ้ม เชาวนปรีชา,  ยศวัฒน์ เกษมถิรกุล

ใครนึกสนุกอยากทำ โคมไฟ ใช้เองบ้างครับ วันนี้ผมอาสามาสาธิตการทำ โคมไฟ ในราคาประหยัด ในรูปแบบที่ผมถนัด ด้วยวิธีการไม่ยากตามหลักพื้นฐานการต่อวงจรไฟฟ้าที่เรา ๆ เคยเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์สมัยเด็ก ๆ นั่นล่ะครับ ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ผมรับรองว่าคุณผู้อ่านจะสนุกและติดใจแน่ ๆ ครับ

โคมไฟ LED

 

อุปกรณ์

1. ปืนกาว หัวแร้ง และคีมหนีบ

2. แก้วพลาสติก ซื้อจาก Tops จำนวน 3 แพ็ค (ถ้าทำสองโคม ใช้ 5 แพ็ค)

3. คลิปหนีปกระดาษขนาด ราคากล่องละ 144 บาท จำนวน 2 กล่อง

4. หลอด LED 7 สี พร้อม resister และสายไฟ 20 ตัว

5. หม้อแปลงไฟ

– หม้อแปลงไฟ 12 โวลท์ (แปลงจาก 220v เป็น 12v) 1 ตัว ตัดปลายสายออก

– ที่หนีบสายไฟสีดำ, แดง อย่างละ 1 ตัว ต่อที่ปลายสายหม้อแปลง

6. หลอดไส้ 25 วัตต์ 1 หลอด พร้อมขั้วหลอด

7. สายไฟขนาดต่าง ๆ และเทปพันสายไฟ

– สายไฟเส้นเล็กสำหรับ LED 12v ขายเป็นมัด คละสี มัดละ 5-10 บาท

– สายไฟบ้าน อย่างน้อย 1 เมตร

8. หัวปลั๊ก

– หัวปลั๊กตัวผู้ 1 ตัว

– หัวปลั๊กตัวเมีย 2 ตัว

9. ไฟคริสมาสต์แบบที่เป็น LED 1 เส้น หรือไฟดาวตก

10. ฐานไม้อัด (หนา 14 มิลลิเมตร) สั่งตัด ทาสีเตรียมไว้ให้เรียบร้อย

โคมไฟ LED

 

ขั้นตอนการทำ

1. เจาะรูบริเวณกึ่งกลางด้านก้นแก้วด้วยหัวแร้ง ให้ความกว้างของรูพอดีกับขนาดของหลอด LED

2. นำแก้วมาเรียงต่อกันบนพื้นระนาบ ใช้คลิปหนีบกระดาษหนีบบริเวณที่ปากแก้วให้ชนกัน ติดไปเรื่อยๆจนแก้วต่อกันเป็นวงกลม (ใช้แก้วประมาณ 26-28 ใบ)

3. ติดแก้วชั้นที่ 2 เรียงแก้วบนรอยต่อของแก้วแถวล่าง โดยวางแก้ว 1 ช่องเว้น 1 ช่อง จนครบรอบวง

4. ติดแก้วชั้นต่อ ๆ ไปโดยเรียงแก้วบนช่องที่ได้ขนาดไปเรื่อย ๆ จนเป็นรูปทรงโดม

5. ปลดขาคลิปหนีบกระดาษออกทั้งหมด

โคมไฟ LED

 

6. ติดไฟด้านในโดม

6.1 พลิกด้านโดม กำหนดจุดที่จะติดหลอด LED 7 สี ไว้ 20 จุด ให้กระจายไปทั่ว ๆ โคม นำหลอด LED เสียบลงในรู ยึดด้วยปืนกาวให้แน่น

6.2 ต่อสายไฟ LED แบบขนาน เชื่อมสายขั้วบวกกับสายขั้วบวก สายขั้วลบกับสายขั้วลบ (ในกรณีนี้คือ เชื่อมสีเดียวกันเข้าด้วยกัน) โดยต่อเรียงทีละหลอดจนครบทุกหลอด พันเก็บสายไฟให้เรียบร้อย ยกเว้นหลอดแรกไม่ต้องพัน

6.3 นำไฟคริสมาสต์เสียบลงในรูที่เหลือจนครบทุกรู จำนวนหลอดไฟคริสมาสต์อาจมีมากกว่าจำนวนแก้ว ไฟที่เหลือให้พันซ่อนไว้ภายในโคม

6.4 ต่อสายหม้อแปลงไฟกับ LED โดยใช้ที่หนีบสายไฟหนีบกับสายของ LED หลอดแรก หากไฟไม่ติดให้ลองสลับขั้วตัวหนีบดู

โคมไฟ LED

 

7. ต่อหลอดไฟบ้านและวงจรสวิตช์ ขั้นตอนนี้หากไม่ชำนาญด้านวงจรไฟฟ้าแนะนำให้ปรึกษาช่างครับ

8. ติดหลอดไฟบนกึ่งกลางของฐานไม้อัดที่สีแห้งแล้ว เดินสายไฟและใส่แผงสวิตช์ลงในช่องที่เจาะไว้

9. ลองเสียบปลั๊ก เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

โคมไฟ LED

 

Tips

–     ใช้ไฟดาวตกแทนไฟคริสมาสต์จะได้ความรู้สึกโรแมนติกมากกว่า

–     วางโคมลงบนฐานไม้โดยไม่ต้องทำการยึดติด เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนหลอดไฟ

–     ถ้าซื้อไม้อัดเต็มแผ่น ไม้จะเหลือพอทำฐานโคมไฟขนาดสูง 120 เซนติเมตร ได้อีก 1 ชุด

ลองทำกันดูนะครับ อาจดูยุ่งยากนิดหน่อยแต่เมื่อทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผมว่าคุณจะภาคภูมิใจและไม่แน่อาจเกิดไอเดียต่อยอดทำ โคมไฟ ดีไซน์ต่าง ๆ ได้อีกนะครับ

 

Credit by : http://home.kapook.com/view47507.html

โคมไฟ

 

Vazon Magnum กระถางต้นไม้ 2 in 1 ที่เป็นได้ทั้งกระถางปลูกต้นไม้และโคมไฟนี้ คือผลผลิตจากไอเดียกรีนๆ ของแบรนด์ Rotoluxe ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยใช้หลอดไฟ CFL/LED กำลัง วัตต์ต่ำ แต่สามารถให้แสงสว่างแก่บริเวณโดยรอบ เราจึงสามารถนำกระถางนี้ไปแขวนแทน โคมไฟ หรือนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ของสนามหญ้าในบริเวณบ้านได้  ทำให้ได้ โคมไฟ สุดเก๋จากธรรมชาติอีกด้วย

โคมไฟ

 

Vazon Magnum ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100%  เพียงแค่เสียบปลั๊กไฟก็สามารถเปลี่ยนกระถางต้นไม้ธรรมดาๆ ให้กลายเป็น โคมไฟ ได้แล้ว และเนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าต่ำจึงไม่ต้องกังวลกับตัวเลขในบิลค่าไฟ หรือหากใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ ก็สามารถใช้งานได้ยาวนาน 8-10 ชั่วโมง เลยทีเดียว

 

Credit : By
http://www.annisaa.com/forum/index.php?topic=2069.0

ของแต่งสวนจัดสวนนั้นมีมากมายให้ได้เลือกและเติมแต่งสวนตามความชอบตามสไตล์ของแต่ละคน วันนี้ผมขอแนะนำสิ่งที่ทำให้สนามหญ้าดูสวยและสง่าขึ้นอีกนั่นคือ โคมไฟ ครับ

โคมไฟสนาม

 

โคมไฟแต่งสวนชนิดนี้เป็นแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ครับ หลายคนอาจจะบอกว่ามันไม่สว่างแค่หลอด LED ดวงเดียว แต่นั่นหละครับที่ผมว่ามันสวย โดยเฉพาะเวลาที่สวนของเราอยู่ในความมืด เผอิญว่ากล้องผมถ่ายภาพในที่มืดแล้วออกมาไม่สวยก็เลยไม่ได้เอารูปมาลงให้ดูครับ

การทำงานของ โคมไฟ เราก็ไม่ต้องทำอะไรเลยครับแค่หาที่ตั้งที่มันโดนแดดนานๆหรือว่าโดนแดดทั้งวันเลยยิ่งดีครับ แผงโซล่าเซลล์จะเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า ให้ถ่านชาร์จที่อยู่ในโคมจนเต็ม พอไม่มีแสงตอนกลางคืนวงจรก็จะเปิดโคมไฟเองจนถึงเช้าก็กลับมาชาร์จไฟใหม่เรียกว่ามันทำงานด้วยตัวเองเป็นวงจรตลอดเวลา สิ่งที่ต้องดูแลอาจจะเป็นเรื่องความสะอาดของหน้าแผ่นโซล่าเซล์ผมแนะนำว่าให้ซื้อแบบที่มีเลนส์ใสกันอีกชั้นนึงจะดีมากกว่าแบบที่ผมถ่ายรูปมา เพราะว่าไม่มีเลนส์หุ้มแผ่นโซล่าเซลล์เลยทำให้น้ำขังบนแผ่นและเกิดคราบน้ำเยอะมากๆ และก็อาจจะต้องเปลี่ยนถ่านชาร์จบ้างเมื่อหมดสภาพ

โคมไฟ แบบนี้ก็ไม่ได้จะสวยแค่ตอนกลางคืนอย่างเดียวเท่านั้น ในตอนกลางวันมันก็โดดเด่นได้ไม่เเพ้ตอนกลางคืนเลยและยังทำให้สนามหญ้าหรือว่าสวนของเราดูสง่างามมากขึ้นอีกด้วยลองดูรูปด้านล่างครับ

โคมไฟสนาม

พูดถึงตอนกลางคืนอีกครั้งครับ ถ้าหากใครมีสนามหญ้าที่ไม่ใหญ่มากถ้าลองเอา โคมไฟ แบบนี้ไปเรียงเป็นทางเดินขอบอกได้ว่าสวยงามสุดๆครับ หรือว่าจะเรียงอิฐตัดสนามหญ้าเป็นทางเดินแล้วก็มี โคมไฟ นี้ปักตามไปสองข้างทางก็สวยมากเหมือนกัน และในโอกาสวันเกิดคนรัก หรืออยากเซอร์ไพร์คนพิเศษ ก็เรียง โคมไฟ เป็นตัวอักษรหรือเป็นคำต่างๆได้อีก นอกจากสวยงามแล้วยังเล่นได้อีกหลายแบบแล้วแต่จะคิดเลยครับ

Credit By :

http://beautigardens.blogspot.com/2010/08/blog-post_25.html

 

โคมไฟ เพดาน ไม่ได้มีชนิดเดียวนะครับ มันสามารถแบ่งย่อยไปตามประโยชน์ของการใช้สอย ซึ่งในวันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับชนิดของ โคมไฟ เพดาน ทั้งสามชนิดว่ามีอะไรกันบ้างและ โคมไฟ เพดาน แต่ละชนิดนั้น จะถูกนำไปใช้สอยในด้านไหนบ้าง

โคมไฟ เพดานถูกแบบออกเป็น 3 ชนิดดังนี้

1.โคมไฟ ชนิดติดเพดานทั่วไป (Ceiling-mounted Light)  

ceiling-light

 

โคมไฟ ชนิดนี้ โดยทั่วไปแล้ว รูปแบบจะค่อนข้างจะเรียบ ๆ  และถือเอาประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญค่ะ ส่วนมากจะไม่มีโคมคลุม แต่อาจมีที่ครอบเป็นแก้วหรือพลาสติกคลุมให้แสงที่ส่องกระจายไปเท่ากันในทุกทิศทางก็ได้

 

2.โคมไฟ ชนิดห้อยเพดาน (pendant)

pendant

รูปแบบของ โคมไฟห้อยเพดาน นั้นมีเยอะแยะมากมายเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งแต่ละชนิดก็แตกต่างกันทั้งราคาและคุณภาพแสง โคมไฟห้อยเพดาน ชนิดโป๊ะแก้วหรือเซรามิค จะทำให้แสงกระจายออกไปเท่ากันในทุกทิศทาง แต่ถ้ามีโคม (Shades)  คลุมไม่ว่าจะเป็นกระดาษ โลหะหรือผ้า จะทำให้แสงส่องลงไปข้างล่างตรง ๆ ตัวอย่างของโคมไฟชนิดห้อยเพดาน ก็คือ โคมไฟแชนเดอเลียร์ (Chandeliers) น่ะนะคะ โคมไฟ ชนิดนี้เป็นไฟเพดานที่ให้ความสว่างมากประเภทหนึ่ง เพราะมันรวมเอาหลอดไฟเล็ก ๆ มากมายไว้ด้วยกัน แต่ส่วนมากมักจะมีราคาแพงอยู่พอสมควรค่ะ

3.ไฟดาวน์ไลท์ (Downlight)   

downlight

 

โคมไฟดาวน์ไลท์นั้น เป็น โคมไฟเพดาน ที่ทำได้ทั้งแบบ ทำเป็นช่องเจาะลึกเข้าไปภายใน หรือติดอยู่บนผิวหน้าของเพดาน ให้ประโยชน์ใช้สอยที่ดี และดูมีเสน่ห์กว่าการติดการใช้โคมไฟ ธรรมดาธรรมดาทั่วไป โคมไฟดาวน์ไลท์ นั้น จะให้ทิศทางของแสงที่ส่องลงมาข้างล่าง และให้ได้ทั้งลำแสงแคบหรือกว้าง โดยสามารถหันทิศทางให้ส่องไปยังกำแพงหรือพื้นผิวอื่น ๆ ได้ โคมดาวน์ไลท์ นั้นมีประโยชน์มาก และเป็นการให้แสงที่น่าสนใจสำหรับส่วนทำงานบางส่วน เช่น เคาน์เตอร์ในครัว หรือจะใช้เป็นไฟแบ็คกราวนด์ ที่ดูน่าสนใจได้ด้วย โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ สวิทช์ไฟแบบดิมเมอร์ น่ะนะคะ

 

Credit By : http://www.flower-light.com/home.php?section=article&categorie=learning&article=type-of-ceiling-lamp